กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
เราอาจเคยได้ยินกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว กับเรื่องของการสักคิ้วแบบหกมิติ ซึ่งสร้างความประหลาดใจและความสงสัยให้กับผู้ที่อยากรู้ได้อย่างมากว่ามันคืออะไร และแตกต่างจากคิ้วสามมิติที่เรารู้จักกันอย่างไร เพราะคิ้วสามมิติก็ดูเป็นธรรมชาติและเสมือนเส้นขนคิ้วจริงๆ แล้ว
ในความเป็นจริงแล้ว คิ้วสามมิติและคิ้วหกมิตินั้นแตกต่างกัน แต่อาจมีบางร้านที่ให้บริการเหมือนกัน หรือไม่ถูกต้อง และเรียกราคาที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นการเอาเปรียบลูกค้า โดยหากอยากได้คิ้วที่สวย สมราคา และคุ้มค่ากับการลงทุน ก็ควรเลือกช่างที่มีความชำนาญ มีความเป็นมืออาชีพ เรียนสักคิ้วสามมิติ จบมาจากโรงเรียนสอนสักคิ้วสามมิติ หกมิติที่ได้มาตรฐาน

คิ้วสามมิติและคิ้วหกมิติ
คิ้วสามมิติและหกมิติ คือ การเพนท์คิ้วแบบลายเส้น ที่เลียนแบบขนคิ้วจริงให้เหมือนคิ้วจริงมากที่สุด โดยการสักคิ้ว จะใช้ปากกาเพ้นท์ลงบนคิ้วที่ออกแบบไว้ให้เป็นเส้นขนพลิ้วสวยโดยการใช้เทคนิคผสมเฉดสีที่เหมาะกับแต่ละคน เพื่อให้ดูมีมิติเป็นธรรมชาติ เหมือเส้นขนคิ้วจริงมากที่สุด ซึ่งคิ้วที่มีมิติแบบลายเส้นจะเป็นงานที่ละเอียดและทำได้ยากใช้เวลา เนื่องจากจะต้องสักขนคิ้วขึ้นทีละเส้นๆ จนครบตามแบบที่ทำไว้ ดังนั้น จึงเป็นงานที่มีความละเอียดพิถีพิถันมากๆ

สำหรับการสักคิ้วแบบหกมิตินั้นจะคล้ายกับการสักคิ้วแบบสามมิติ เพียงแต่จะมีความละเอียดกว่า และดูเป็นธรรมชาติมากกว่านั่นเอง

คิ้วสามมิติแบบเมจิกสไลด์
รูปแบบการสักคิ้วอีกรูปแบบหนึ่งที่เราเคยได้ยินมาคือการสไลด์คิ้ว ซึ่งเป็นเทคนิคของการสักคิ้วสามมิติอย่างหนึ่ง เป็นการสักคิ้วเพื่อเลียนแบบการเขียนคิ้วธรรมชาติทั่วไป คือการสักคิ้วให้มีมิติโดยใช้หลักหัวจางหางเข้ม หรือบางครั้งก็มีการผสมผสานกับลายเส้นบ้าง หรือเป็นการสักคิ้วสไลด์ไล่เฉดสีเพียงอย่างเดียวแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละคน โดยเป็นการใช้เครื่องสักไฟฟ้าแบบรอบสั่นสะเทือนหรือแบบดิจิตอลโดยใช้เทคนิคการผสมเฉดสีให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อให้เกิดสีคิ้วที่ดูเข้มสวยไล่เฉดสี ดูมีมิติเหมือการเขียนคิ้วให้สวยอยู่ตลอดเวลาไม่ต้องเสียเวลาวาดโครงคิ้วทุกๆ วันอีกต่อไป

สำหรับความเหมาะสมในการเลือกสักคิ้วแบบใดนั้น งานสักคิ้วแบบสามมิติและหกมิติเหมาะกับผู้ที่ชอบคิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติแบบเส้นขนพลิ้วๆ เหมือนจริงมากที่สุด เหมาะกับลูกค้าที่ชอบความสบายๆ ไม่ได้แต่งหน้าจัดๆ ออกทำงานนอกบ้านบ่อยๆ หรือถ้าจำเป็นต้องแต่งเข็มก็สามารถเขียนคิ้วเพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ สะดวก ประหยัดเวลา และต้องมากังวลเรื่องการเขียนคิ้วไม่เท่ากันให้เป็นปัญหาอีกต่อไป และสำหรับคิ้วสไลด์ เหมาะกับผู้ที่ชอบคิ้วเข้มๆ เหมือนการเขียนคิ้วปกติทั่วๆ ไป เหมาะกับบุคคลที่ต้องชอบการแต่งหน้าทำงานหรือออกงานเป็นประจำ เพื่อให้ดูเหมือนการเขียนคิ้วไม่ต้องมาเสียเวลาในการเขียนคิ้วบ่อยๆ 

ที่สุดแล้ว จะเลือกสักคิ้วแบบใดก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและความชอบส่วนตัวค่ะ สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการศึกษาหาข้อมูล และเลือกร้าน รวมถึงช่างที่มีคุณภาพนั่นเอง
2
เสริมสวย สุขภาพ / สมุนไพรไทยช่วยรักษาสิวเบื้องต้นได้
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 08 เมษายน 2018, 08:32:15 AM »
ไม่น่าเชื่อเลยว่าของใกล้ตัวที่เรามองข้ามมาตลอด ดีกว่า dr.jill ราคาไม่แพง หาได้ง่ายจะมีคุณค่าในการรักษาสิวบนใบหน้าได้ดี กำลังเป็นที่นิยมของสาวๆทั่วไปที่หันมาใช้ในการรักษาสิวเนื่องจากว่าราคาไม่แพงด้วยแถมยังให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผล อย่างดีพอสมควร แต่เรื่องของการได้ผลไม่ได้ผลของแล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคน และในเมื่อหาง่ายราคาไม่แพงอย่างอย่างนี้ต้องลองกันเสียหน่อย ดังนั้นลองมารู้จักสมุนไพรไทยแต่ละตัวที่ช่วยในการรักษาสิวกันสักหน่อย

ว่านหางจระเข้ ปลูกเองได้ที่บ้านนอกจากจะสามารถช่วยรักษาสิวแล้วยังสามารถที่จะรักษาอาการไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้ด้วย มีฤทธิ์เย็น ช่วยบำรุงผิว ลดจุดด่างดำได้ โดยใช้ว่านหางจระเข้ ที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป ใช้ส่วนที่ของเนื้อใสๆ ล้างยางสีเหลืองออก ไพล นำไพลนำมาหั่นเป็นชิ้นแล้วตำให้ละเอียด ใช้ดินสอพองผสมเล็กน้อง แล้วนำมาพอกหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วทำการล้างออก จะช่วยจะค่อยหยุบตัวลงในเวลาไม่นานและยับยั้งการเกิดใหม่ของสิว

กระเทียม ในกระเทียมจะมีสาร  Alliin ซึ่งต่อต้านการอักเสบของผิวหนังและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ โดยสามารถนำมาฝานบางๆ แล้วสมารถนำมาถูบริเวณสิว แล้วล้างออกด้วยน้ำปกติขมิ้นชัน นำมาผสมปูนแดงหรือว่าน้ำมะขามเปียกก็ได้ นำมาทาพอกผิวเอาไว้ประมาณ 10- 15 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด  จะทำให้รอยดำจางลงและฆ่าเชื้อแบคทีเรียจากผิวได้มะนาว บีบมะนาว 1 ช้อนชาผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นำมาพอหน้าแล้วล้างออกปกติสามารถที่จะลดริ้วรอยได้จาการเกิดสิวได้ใบบัวบก นำใบบัวบกมาบดให้ละเอียดและผสมน้ำเล็กน้อย เอามาพอกบนใบหน้า 10 -15 นาที จะทำให้สิวหยุบลง

เปลือกมังคุด นำเปลือกมังคุดนำมาคั้นเอาแต่น้ำสีม่วง ใช้ดินสอพองเอามาผสมให้มีความหนืดแล้วนำมาพอกยังใบหน้า สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งทำให้สิวลดลงและใบหน้ายังใสมากยิ่งขึ้นด้วยใบตำลึง มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบของสิว โดยวิธีการทำคือ นำใบตำลงมาบดคั้นเอาเฉพาะน้ำสีเขียว ใช้สำลีแผ่นจุ่มลงไปยังน้ำตำลึงที่คั้นเอาไว้แล้วนำมาพอกยังบริเวณที่เกิดสิวแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดทำให้ใบหน้าสิวลดลงได้
3
อาหาร / สาวสาวที่หน้าแห้งลองมาใช้ผลิตภัณฑ์มาร์สหน้า mojo
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 03 เมษายน 2018, 07:42:09 AM »
เราเป็นอีกหนึ่งคนที่ประสบปัญหาผิวหน้าแห้งมาโดยตลอดอาจจะไม่แห้งทั้งหน้าแต่จะมีบางส่วนเช่นจมูกหรือรอบรอบจมูกที่จะมีปัญหาว่ามีผิวหน้ามันแต่โดยรวมรวมแล้วเราสรุปแล้วว่าเราเป็นคนที่มีลักษณะผิวที่ค่อนข้างที่จะแห้งจากการอ่านและศึกษาอย่างจริงจังมันจึงทำให้ทราบว่าคนที่มีปัญหาหน้าแห้งสมควรในการที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์มาร์สหน้า mojo มักน่าจะทำให้ใบหน้าได้เติมความชุ่มชื้นสุดชื่นอย่างจริงจังทำให้ใบหน้าไม่แห้งอีกต่อไปจึงอยากที่จะแนะนำคนที่มีปัญหาในเรื่องของใบหน้า เช่นเดียวกับเราขอให้จัดการในการทดลองใช้ดูรับรองว่าจะได้รับผลในการใช้หลังจากได้มาร์สหน้ากับผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์มาร์สหน้า mojo นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากใบหน้าที่แห้งจะได้รับความชุ่มชื้นแบบที่ไม่เคยได้รับมาก่อนขอแนะนำให้ลองใช้ผลิตภัณฑ์มาร์สหน้า mojo ดูรับรองไม่ผิดหวัง
4
ธุรกิจ งาน / เลี่ยงแดดเพื่อหน้าใส
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 17 มีนาคม 2018, 09:49:44 AM »
ผิวหน้าของเราจะถูกทำร้ายและทำร้ายจากรังสียูวีอย่างเห็นได้ชัดเจนเป็นอะไรที่สร้างความปวดร้าวให้กับสาวๆที่รักษาสุขภาพใบหน้ามาตลอด การไม่ทาครีมกันแดด ไม่พกร่ม ไม่ป้องกันคือหนทางทำร้ายผิวอย่างหนักมาก ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำเอามากๆ แต่จะให้ดีที่สุดหากหลีกเลี่ยงแสงแดดได้จะดีมากกว่าโดยเฉพาะช่วงเดือน เมษายนนี้จนถึงเดือนมิถุนายนแดดจะแรงมากที่สุด

ปัจจุบันสำหรับสาวที่จะต้องออกทำงานนี่จะต้องออกพื้นที่ ออกหน้างาน การพบปะลูกค้าคงจะเป็นเรื่อยากมากมายที่จะสามารถที่จะเลี่ยงได้ หนทางที่ดีที่สุดที่จะสามารถที่จะทำได้คือ การพกร่ม หรือการทาครีมกันแดด

สาวๆบางคนลงทุนซื้อครีมกันแดดมาใช้ ก็ยังหน้าคล้ำแบบเดิม แถมยังหน้าดำ ออกแดดหน้าก็แสบ เพราะเลือกครีมกันแดดไม่เหมาะสม ครีมกันแดดมีค่า SPF เยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น SPF30, SPF50 , SPF50+ แล้วแต่จะเลือก ดังนั้นลองมาดูวิธีการทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องแสงแดดได้ดีที่สุด และได้ผลอย่างสูงสุด

ออกก่อนไปพบกับแสงแดดควรทาครีมกันแดดอย่างน้อย 30 นาทีละหากต้องออกแดดจ้าและแรงมากควรทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง และเลือกเอฟพีเอฟที่เหมาะสมกับการออกแดดในแต่ละครั้ง กรณีจะต้องว่ายน้ำที่จะต้องสู้แดด ก็สมควรเลือกแบบกันน้ำไปด้วยทาครีมกันแดดทั้งหน้าและคอด้วย จะได้ไม่เกิดปัญหาหน้าขาวตัวดำขึ้นมาอีก ดูไม่ได้เสมอกันเลยทำให้ดูไม่ค่อยดี

นอกจากการทาครีมกันแดด เพียงแค่ปกป้องแสงแดดได้เท่านั้นไม่สามารถฟื้นฟูสภาพผิวได้ จะต้องทาครีมบำรุง สบู่หน้าใส เป็นต้น ช่วยด้วยและทานน้ำเปล่าที่บริสุทธิ์อย่างน้อย 8 แก้วต่อวันสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้

สวมเสื้อผ้าหรือพกร่มที่สามารถปกป้องแสงแดดได้อีกทางหนึ่ง เช่น ร่ม กางเกงขายาว เสื้อแขนยาว เป็นต้น เพราะว่าครีมกันแดดไม่สามารถที่จะปกป้องได้ 100 เปอร์เซ็นต์
5
เครื่องชั่งน้ำหนักดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการที่จะลดน้ำหนักสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีการ การลดน้ำหนักที่ถูกต้องควรเลิกมองตาชั่งได้แล้ว การชั่งน้ำหนักทุกวันยิ่งทำให้เกิดความกังวลใจเมื่อน้ำหนักเพิ่มมากยิ่งขึ้น อดอาหารก็แล้วก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้วแต่พอชั่งน้ำหนักแล้วกลับเพิ่มขึ้นเป็นการตั้งคำถามว่า ทำไมออกกำลังกายเท่าไรน้ำหนักก็ยังไม่ลดลงซะที

การอดอาหารคือวิธีการลดความอ้วนที่ทำการมานานนมแต่หารู้ไม่ว่ามันไม่ใช่วิธีการที่ยั่งยืน อีกไม่นานก็กลับมาอ้วนอีก การทานอาหารเสริม praya  ก็เช่นกัน

เปรียบเทียบง่ายๆระหว่างคนสองคนที่ออกกำลังกายแล้วชั่งน้ำหนักแต่ไม่ได้น้ำหนักลดลงอะไรมากแต่ว่าสัดส่วนดูกระชับกับอีกคนที่อดอาหารอย่างเดียวไม่ออกกำลังกายไปชั่งน้ำหนักจะเห็นได้เลยว่าชั่งน้ำหนักแล้วเบากว่ากันมากกมายแต่ไม่นานก็กลับมาอ้วนอีก

การออกกำลังกายจึงเป็นเรื่องจำเป็นในการที่จะกำจัดไขมันส่วนเกินได้ในระยะยาว การลดไขมันจึงไม่ใช่การลดน้ำหนัก ดังนั้นเมื่อออกกำลังกายจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องชั่งน้ำหนักให้เสียอารมณ์และเสียเวลาอีกต่อไป

การลดน้ำหนักแม้นว่าจะชั่งน้ำหนักแล้วไม่ลดลงแต่มีกล้ามเนื้อมากว่าไขมันก็ถือว่าประสบความสำเร็จ ขั้นตอนในการออกกำลังกายให้ได้ผล

ขั้นตอนที่ 1 คาร์ดิโอ
สามารถช่วยในการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้เป็นอย่างดี เป็นการออกกำลังกายประเภทเดียวกับการแอโรบิค แต่การเต้นแอโรบิคไม่มีการเพิ่มระดับ  ไม่เน้นความหนักมาก เน้นความสนุก แต่คาร์ดิโอจะมีระดับในการออกกำลังกายเป็น 4 ระดับ แต่การออกกำลังกายทั้งสองประเภทล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ในการออกกำลังกายเช่นเดียวกัน

ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ไขมัน คาร์โบไฮเดรต อาหารที่รับประทานเข้าไปไม่สะสมตามร่างกายไม่ก่อให้เกิดความอ้วน ไขมันไม่สะสมตามจุดต่างๆ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด กล้ามเนื้อหัวใจและปอดแข็งแรง

ขั้นตอนที่ 2 เวทเทรนนิ่ง
ตอนนี้ถือว่าเป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าเดิมมาก ในอดีตรูปแบบนี้จะนิยมในหมู่เฉพาะหมู่นักเพาะกาย สาวๆทั่วไปแต่ก่อนจึงไม่นิยมเพราะว่ากลัวว่าออกกำลังกายเช่นนี้ไปแล้วจะมีกล้ามเนื้อเป็นก้อนซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว จึงควรทำความเข้าใจเสียใจและลองหันมาเล่นเวทเทนนิ่งควบคู่กับคาร์ออดิโอ

การเล่นเวทเทนนิ่งจะช่วยในการกระชับสัดส่วนของร่างกายได้เป็นอย่างดี ทำให้สาวๆมีส่วนเว้าส่วนโค้งเพิ่มมากยิ่งขึ้น
6
เสริมสวย สุขภาพ / รักษาปัญหารูขุมขนกว้างยังไงก็ไม่หาย
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 08 มีนาคม 2018, 07:21:30 PM »
ปัญหาผิวหน้าของคุณสาวๆทั้งหลายมีมากมายหลากหลายปัญหาแต่ปัญหาหนึ่งที่สร้างความหนักอกหนักใจไม่พ้นปัญหาสิวเลยก็คือ ปัญหารูขุมขนกว้าง เวลามองกระจกทีไร หนักใจทุกทีว่าทำไมรูขุมขนจึงกว้างยังงี้ หาผลิตภัณฑ์ อะไรมาใช้ก็ไม่ได้ผลหรือว่า เรารักษาไม่ตรงจุดหรือว่าหาผลิตภัณฑ์มาใช้ไม่ตรงกับประเภทของรูขุมขนของเรามากกว่า รูขุมขนกว้างมีด้วยกัน 3 ประเภทคือ  รูขุมขนกว้าง รูขุมขนแบบสิวหัวดำ และ รุขุมขนแบบหย่อนคล้อย

ประเภทที่ 1 รูขุมขนกว้าง
ส่วนใหญ่ที่คนประสบปัญหารุขุมขนกว้าง เนื่องจากผิวหน้าผลิตน้ำมันออกมามากจนเกินไป การล้างหน้าไม่สะอาด รูขุมขุนสกปรก อุดตัน เซลล์ผิวไม่ผลัดในที่สุดก็ ทำให้ รูขุมขนกว้าง  วิธีการลดรูขุมขนกว้าง ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและ น้ำเย็น ประคบน้ำแข็ง ใช้โทนเนอร์เช็ดหน้า เช็ดเครื่องสำอาง ทาครีมกันแดดเสมอ เป็นต้น

ประเภทที่ 2 รูขุมขนแบบสิวหัวดำ
พบได้มากตามจมูก หน้าผาก ใบหน้า t-zone ส่วนมากจะเป็นไขมันอุดมันอุดตัน หัวเปิดสีดำ สิวหัวดำเกิดจากกลุ่มผิวหนังที่ตายแล้ว สาเหตุเกิดจากจากมือเราที่มีเชื้อโรคไปสัมผัสบ่อยครั้งมากจนเกินไป อีกทั้งยังใช้พวกครีมบำรุงผิวที่ไม่ถูกต้อง  วิธีการลดรูขุมขนแบบสิวหัวดำ ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพื่อเปิดรูขุมขนให้กว้างแล้วแล้วทาวาสลีนทั่วบริเวณที่มีสิวหัวดำ ปิดด้วยพลาสติกห่อหุ้มอาหารและใช้ผ้าแช่น้ำอุ่นทับอีกที ทิ้งไว้ประมาณ 10 -1 5นาทีแล้วใช้สำลีกดสิวเบาๆ รับรองสิวหัวดำที่อุดตันอยู่จะหลุดออกมาโดยง่ายดาย

ประเภทที่ 3 รูขุมขนแบบหย่อนคล้อย
ส่วนมากพบในสาวๆวัย 25 ปีขึ้นไป ไม่ค่อยพบในหมู่วัยรุ่นที่ฮอร์โมนสูง ลักษณะผิวจะเป็นเหมือนผิวสตอเบอรี่ ลักษณะผิวจะแห้ง ไม่เรียบเนียนไม่ชุ่มชื้นและหย่อนคล้อย

วิธีการลดรูขุมขนแบบหย่อนคล้อย หาพวกครีมบำรุง มอยเจอร์ไรเซอร์ เซรั่ม oradol สามารถชะลอความหย่อนคล้อยและฟื้นฟูได้ ส่วนระยะเวลาว่าจะได้ผลหรือไม่แล้วแต่ว่าสภาพผิวของแต่ละคน ว่าเลือกผลิตภัณฑ์เหมาะสมหรือไม่
7
อาหาร / อุปกรณ์สปาที่ราคาถูกช่วยประหยัดไปได้เยอะ
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 05 มีนาคม 2018, 08:00:29 PM »
มันช่วยได้ไหมถ้าเราเองมันจะสามารถที่จะจัดการในการที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้บอกเลยว่ามีนช่วยได้นะมันช่วยได้เยอะเลยด้วยแต่มันอยู่ที่เราเองต่างหากเลยว่าจะเอาอะไรแบบไหนสำหรับการที่จะหาซื้อพวกร้านจำหน่ายอุปกรณ์สปามันไม่ได้ยุ่งยากเท่าไหร่หรอกนะในการที่จะหามันหาง่ายขึ้นขนาดว่าแถวที่เราอยู่แต่ก่อนมันไม่มีมันหาไม่ได้แหละมันค่อนข้างจะหายากเหมือนที่บอกเราเองไม่ทราบเหมือนกันนะว่ามันจะหายากไปไหนแต่ตอนนี้อะไรอะไรมันหาง่ายกว่าเดิมเยอะเลยในเรื่องนั้นในเรื่องราวของการที่จะหาร้านจำหน่าย อุปกรณ์สปา ที่ราคาถูกถามว่าถ้าเราเองมันหาร้านจำหน่ายที่จำหน่ายได้ในราคาถูกถามว่ามันดีกว่าไหมันย้อมที่จะดีกว่าแน่นอนในการที่เรานั้นช่วยประหยัดในเรื่องค่าใช้จ่ายมันช่วยได้เยอะแยะเลยในเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายเราจะได้กำไรในการทำร้านมากขึ้นถ้าเราองจะสามารถที่จะร้านจำหน่ายอุปกรณ์สปาที่ราคาถูกได้
8
เสริมสวย สุขภาพ / รังสีในชีวิตประจำวัน แหล่งแห่งความเสื่อมของผิว
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2018, 06:53:40 AM »
ในชีวิตประจำวันของเรา หลายคนเข้าใจดีว่าแสงแดดนั้นมีอันตรายต่อผิวและสุขภาพร่างกายเพียงใด จึงดูแลตนเองอย่างดีมากในการหลีกเลี่ยงแสงแดด และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่เพียงแสงแดดเท่านั้นที่ทำร้ายผิวของเรา เพราะสิ่งที่อันตรายก็คือรังสีต่างๆ

แสงแดดไม่ได้เป็นแหล่งเดียวของการเกิดรังสีเท่านั้น เพราะรังสีนั้นมีหลายอย่าง ทั้งรังสีความร้อน รังสียูวีเอ และรังสียูวีบี ซึ่งอยู่ในแหล่งกำเนิดที่ต่างกัน ที่สำคัญ รังสีนั้นอยู่ในชีวิตประจำวันของเราด้วยนอกจากแสงแดด ดังนั้น แม้เราจะป้องกันแสงแดดเพียงใด แต่ถ้ายังรับรังสีเหล่านี้จากแหล่งอื่นที่เราละเลยในการปกป้อง ก็ยังทำให้หน้าหมองคล้ำ เกิดปัญหาผิว และเป็นอันตรายต่อร่างกายเช่นกัน

รังสีในชีวิตประจำวัน
รังสีในชีวิตประจำวันนั้นอยู่รอบตัวเรา เพราะในปัจจุบันนี้เราใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า และข้องเกี่ยวกับความร้อนเป็นจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นรังสีที่เราต้องพบเจอในชีวิตประจำวันของเรา เช่น
- เครื่องถ่ายเอกสาร
- เตาไมโครเวฟ
- หน้าจอคอมพิวเตอร์
- หน้าจอแท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน
- หน้าจอโทรทัศน์
- หลอดไฟ
- เครื่องฉายแผ่นใส เครื่องฉายสไลด์
- ความร้อนจากการประกอบอาหาร การใช้ไฟในการประกอบอาชีพ

สิ่งเหล่านี้เป็นแหล่งกำเนิดรังสีที่เราพบเจอได้บ่อยในชีวิตประจำวัน สำหรับผิวของเราแล้ว รังสีเป็นแหล่งของความเสื่อมของผิว และสร้างอนุมูลอิสระในร่างกาย ทำให้เกิดริ้วรอยขึ้นได้ง่าย ผู้ที่สัมผัสรังสีเหล่านี้เป็นประจำ หรือไม่พยายามหลีกเลี่ยงจึงอาจดูแก่เร็ว ผิวหนังไม่สดใส และเป็นปัญหาผิวอื่นๆ ได้มากกว่าผู้ที่ไม่ค่อยได้สัมผัสอย่างเห็นได้ชัดในระยะยาว

ทราบอย่างนี้แล้วต้องห่างอุปกรณ์พวกนี้ และใช้งานอย่างถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงรังสีด้วยนะคะ และนอกจากรังสีพวกนี้แล้ว และหากอยากได้ตัวช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่อ่อนแอ ให้ผิวย้อนวัยอีกครั้ง ก็ต้องให้ครีม suwanan เป็นผู้ช่วยของการดูแลผิวอย่างครบทุกปัญหาของคุณ
9
อาหาร / liv white diamond สร้างเกราะป้องกันให้ผิวหน้าสวยใส
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2018, 06:56:19 PM »
ยังสามารถที่จะช่วยปรับสภาพความสมดุลได้อย่างมีประสิทธิภาพ liv white diamond ช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ แก้ปวดประจำเดือนได้อย่างดีที่สุดเพื่อให้ได้คุณภาพที่มีความคงที่เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมได้มาตรฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้คุณมีความพร้อมและมีความมั่นใจมากขึ้น จากสามารถที่จะดูแลสุขภาพผิวได้อย่างตรงจุดที่สุด สำหรับเรื่องความจำเป็นและความสนใจแล้ว liv white diamond มีความสามารถในการช่วยเรื่องการฟื้นฟูประสิทธิภาพเซลล์จากความต้องการและความสนใจแล้วมีมากที่สุด ซึ่งกำลังได้รับความสนใจกันอย่างมากได้รับความสนใจโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ ชนิดนี้สามารถที่จะช่วยดูแลสุขภาพและช่วยให้คุณกลับมาเป็นสาวได้อีกครั้งผลิตภัณฑ์ liv white diamond เสริมอาหารสำหรับผู้หญิงของทุกจำนวนการผลิต จากสถาบันได้มาตรฐานการผลิตด้วยมีผลในการช่วยเรื่องการดูแลสุขภาพได้อย่างดีที่สุด ได้รับการยอมรับเกี่ยวกับกับเรื่องประสิทธิภาพ สำหรับผลิตภัณฑ์มีความสามารถที่จะช่วยเรื่องการดูแลสุขภาพผิวได้อย่างดีที่สุด
10
ธุรกิจ งาน / เทคนิคในการดูแลเล็บที่ทาสีอยู่ตลอดเวลา
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2018, 09:50:19 AM »
ต้องบอกว่าการทาเล็บนั้นเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายท่านชื่นชอบ และบางท่านอาจรู้สึกไม่สบายใจที่เห็นว่าเล็บของตนเองนั้นไม่ถูกแต่งแต้มสีสัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ สาวๆ จึงทาเล็บอย่างต่อเนื่องเสมอ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่อย่างใด เพียงแต่จะต้องรู้จักถนอม รักษา และบำรุงเล็บให้มากด้วยเช่นกัน

สำหรับสาวๆ ที่ทาสีเล็บอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเล็บมือหรือเล็บเท้า สถาบัน เรียนทำเล็บ BSA NAIL ART ACADEMY ของเรามีเทคนิคดีๆ ในการดูแลเล็บของท่าน

1. ทาเบสโค้ดก่อนลงสีเล็บทุกครั้ง
เบสโค้ด หรือน้ำยารองพื้นเล็บ เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ซึ่งสาวๆ ที่ชื่นชอบในการทำเล็บจริงๆ ควรใส่ใจการทาเบสโค้ดทุกครั้งก่อนทาสีเล็บ เพราะเบสโค้ดช่วยบำรุงเล็บให้แข็งแรง ปกป้องเล็บจากสารเคมี และแอลกอฮอล์ (ในกรณีที่มีผสมอยู่ในยาทาเล็บ) และยังช่วยป้องกันเล็บเหลือง และเปราะฉีกง่ายได้อีกด้วย

ส่วนประโยชน์อีกด้านของเบสโค้ด คือการที่ทำให้สามารถทาสีได้ง่ายขึ้น สีจะเรียบเนียน และสม่ำเสมอกัน ดูเหมือนเป็นมืออาชีพทาจริงๆ

2. ไม่ทาสีซ้ำเรื่อยๆ โดยไม่ล้างก่อน
การทาเล็บนั้น บางครั้งก็หลุดลอก หรือถูกสะกิดจนเป็นรอยได้ง่าย เมื่อมีเล็บงอกใหม่ หรือเกิดเหตุให้เล็บต้องหมดความสวยงาม มีตำหนิ หรืออะไรก็แล้วแต่ ด้วยความที่บางครั้งเราอาจเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือบางครั้งอาจจะขี้เกียจ จึงทาสีเดิมทับลงไป หรือเราอาจจะทาสีใหม่ที่เข้มกว่าทับลงไปแทนโดยที่ไม่เช็ดทำความสะอาดและทาใหม่

การกระทำเช่นนี้ทำให้เล็บของคุณต้องเผชิญกับสารเคมีอยู่ตลอดเวลา ทำให้เล็บเหลืองซีด และทำให้เล็บบางลงเรื่อยๆ การทาเล็บที่ดี จึงควรลบสีเก่าออกก่อนทุกครั้ง และค่อยทาใหม่ อาจจะยุ่งยากหน่อย แต่ได้สีเล็บที่สวยกว่า ติดทนกว่า และเล็บสุขภาพดีกว่าด้วยก็ถือว่าคุ้มกว่ากันมาก

3. ทาท็อปโค้ด
สาวๆ หลายท่านมองข้ามขั้นตอนนี้ไป แต่การทาท็อปโค้ดเคลือบปิดท้ายนั้น ทำให้สีสวย ติดทนนาน และทำให้เล็บแข็งแรง ไม่ฉีกขาดง่าย หากสาวๆ ลองทำขั้นตอนนี้ รับรองว่าติดใจแน่นอน

การทาเล็บนั้นเพื่อให้เล็บมีความสวยงาม แต่การดูแลเล็บที่ทาอยู่เสมอก็มีความสำคัญ เพราะหากไม่ดูแล เล็บอาจเหลืองซีด และไม่สวยงาม ก็จะส่งผลให้ทาเล็บออกมาแล้วไม่สวยไปด้วย ดังนั้น อย่าลืมดูแลเล็บอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ
หน้า: [1] 2 3 ... 10

SMF 2.0.4 | SMF © 2011, Simple Machines